คำแนะนำในการอ่าน – ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำแก่บุตรหลาน (น หรือ ควรจะเป็น ฉ?)
กะลังผลัดผ้าผลัดผ่อนจะอาบน้ำ ก็พาลนึกได้ว่ามาเขียนเรื่องอะไรต่อดี เรื่องใกล้ตัวนี่แหละ
ที่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องการอาบน้ำแร่ ไปถึงถิ่นแล้วควรจะลองดูสักครั้ง จำได้ว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง
ที่ไปกับทัวร์ โปรแกรมสุดฮิตที่เค้าจะพาเราไปอาบน้ำแร่สไตล์ญี่ปุ่น เค้าจะจัดให้เราไปที่
ฮาโกเน่ เป็นเมืองทะเลสาบนั่นเอง ตอนที่ไป พักอยู่กึ่งๆ เรียวกัง (โรงแรมขนาดเล็ก สไตล์
ห้องพักเป็นแบบพื้นเมืองญีปุ่น) จำได้ว่าพอเข้าไปถึง ก็ได้แต่ครางฮือ เพราะว่า น่ารักมากๆ
แบ่งพืิ้นที่ออกเป็นสองส่วน โดยใช้บานพับเลื่อนไปมา สำหรับกั้นห้อง ส่วนแรกสำหรับนั่งดื่มน้ำชา
อีกส่วนเป็นที่นอน ปูผ้านวมสองชุด ไว้สำหรับสองคน แล้วก็มีห้องน้ำในตัว ห้องน้ำก็เหมือนทั่วๆไป
คือ เล็กมาก เข้าไปขวามือเป็นอ่างล้างหน้า หันหน้ากลับมาซ้ายมือเป็นอ่างอาบน้ำ แต่เป็นแบบขุด
ลึกลงไป จะลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส มุมมนๆ ความลึกประมาณครึ่งตัว จะต่างกับบ้านเราเป็น
แบบแนวยาว นี่คือห้องนอน
แต่ถ้าอยากอาบน้ำแร่ ก็นี่เลยมีห้องอาบน้ำแร่รวม (แน่นอน แยกชายหญิงนะจ๊ะ) ตอนที่ไปแบบทัวร์
แน่นอนคนไทยทั้งหมด ไม่มีใครกล้าเข้าไปอาบน้ำรวม เราใช้วิธีจัดเวลา แบ่งเป็นครอบครัวเธอ
ครอบครัวชั้น แล้วก็ให้เวลาคนละประมาณ 15 นาที ระหว่างเราเข้าไปกันก็หวังว่า คงจะไม่ได้มี
ทัวร์อื่น มาลงเวลาเดียวกะเรามาหรอกนะ เอิ๊ก เอิ๊ก เราก็เลยมีโอกาสเอากล้องเข้าไป อิอิ
ไม่ได้โรคจิตนะ แค่อยากรู้ว่าข้างในมันเป็นยังไง เราก็เข้าไปกะแม่ สองคนนี่นา ไม่เชื่อดูรูปปลากรอบ
ภายในห้องนอนที่แบ่งเป็นสองส่วน

มีชุดยูตากะให้ใส่ด้วย
ที่อาบน้ำในห้องอาบน้ำรวม วิธีอาบก็คือ น้ำที่ออกจากฝักบัวนั้นจะเป็นน้ำแร่ปรับอุณภูมิได้ตามชอบใจ
ความร้อนสูงถึง 40 องศา จะมีเก้าอี้ไม้ตัวเล็กให้ตัวนึง แล้วก็มีกาละมัง แล้วก็ผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ให้เรา
ขัดถูตัว แชมพูอยู่ข้างๆ ก่อนจะลงไปในอ่าง ก็ต้องมาชำระร่างกายให้สะอาดก่อน

แล้วค่อยลงในอ่างมรกต เอ้ย อ่างน้ำแร่นี้ ขอบอกว่าร้อนมาก ถ้ากระโดดตูมลงไปเลย ขึ้นมาอาจจะเหลือ
แต่กระดูกก็ได้ น่าจะมีซัก 40 องศา อะ วิธีแช่คือ ค่อยๆ เอาน้ำมาลูบขาก่อน แล้วก็แขน แล้วก็หน้า แล้ว
ค่อยๆ หย่อน ขาลงไป แล้วค่อยๆ ลงไปทั้งตัว แต่ห้ามแช่นอน เพราะอาจจะเกิดอาการวิงเวียนแล้วหน้ามืดได้
แต่คงไม่มีใครอยู่ได้นานหรอก ค่อยๆ เริ่มจาก 5 นาที แล้วในแต่ละครั้งก็ไม่ควรเกิน 10 นาที เค้าว่าน้ำแร่จะทำ
ให้ผิวเราสวยขึ้น แต่ก็อย่าหลงแช่นานหละ เพราะนอกจากจะทำให้ผิวสวยแล้ว น้ำแร่ร้อนๆ ก็ทำให้ผิวสุกได้เหมือนกัน

แต่แบบข้างบน มันอาจจะดูทัวร์ๆ นักท่องเที่ยวไปหน่อย คราวที่ผ่านมาได้ลองแบบชาวบ้านๆ แบบที่คนญี่ปุ่นเค้าไปกัน
แบบแรกเรียกว่า ออนเซน ดื่มด่ำธรรมชาติบนหุบเขา แบบที่สอง เซนโตะ ที่อาบน้ำสาธารณะ
แต่ว่าคราวนี้ไม่มีรูปมาให้ดูเพราะว่าเราต้องแก้ผ้ารวมกับคนหนะสิ ก็เลยไม่สามารถเข้าไปถ่ายรูปด้วย เริ่มจากตอนที่
ไปอยู่เกียวโต ก็บอกโอโตะซังว่า เราอยากไปออนเซนมาก แล้วคำขอ ก็สมหวัง โอโตะซังไปหาข้อมูลว่าที่ไหนดีที่สุด
บรรยากาศดี ไม่ใช่ที่สำหรับนักท่องเที่ยวเยอะๆ เป็นแบบโลคัล แล้วในที่สุดเราก็ออกเดินทาง มี มีมี่ เพื่อนสาวชาวญี่ปุ่น
แล้วก็โอโตะซัง ขับรถออกจากเมืองเกียวโตไป ประมาณ สี่สิบห้านาที ขับขึ้นเขา ผ่านข้างทางมีต้นไม้หลากหลายสี
อากาศเริ่มค่อนข้างหนาวและชื้น เพราะกำลังเริ่มเข้าฤดูหนาว ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี เป็นสีแดง แล้วก็ส้ม สวยมากๆ
ระหว่างทางขึ้นเขาไป เราก็กดชัตเตอร์ไปตลอดทาง เพราะทนความงามไม่ไหว ถึงแม้ วิวที่ได้จะเป็นแบบเดิมๆ ก็เถอะ
เมื่อมาถึงที่หมาย แทบจะกรี๊ดแดดิ้นลงกับทางเข้า เป็นออนเซนที่มีสนามกอล์ฟ หญ้าเขียวขจี หายใจเข้าปอดเต็มที่
อิ่มกับอากาศที่ได้สูด ถึงมีมี่จะเป็นชาวญี่ปุ่นก็เถอะ แต่ก็อยู่ในเมืองหลวงวุ่นวายที่โตเกียว คงไม่เคยได้พบกับบรรยากาศ
แบบนี้ ก็เลยตะลึงไม่แพ้ชาวไทย อย่ารอช้าเลย เข้าไปข้างในกันเถอะ ค่าอาบน้ำไม่ได้แพงมาก คนละ 500 เยน (165 บาท)
และแล้ว ครั้งแรกของเรา รู้สึกตื่นเต้น ทำอะไรไม่ถูก โชคดีหรือโชคร้ายที่มีเพื่อนมาด้วย จะทำให้ตื่นเต้นน้อยลง
หรือตื่นเต้นมากขึ้นเพราะต้องแก้ผ้าต่อหน้าคนรู้จัก โอ มายก๊อดด อย่ากระนั้นเลย ทุบหัวใจให้เข้ากลับไปเต้นข้างใน
แล้วก็ทำหน้านิ่งๆ เชิดๆ เดินตามเพื่อนเข้าไป เข้าไปถึงเค้าก็จะให้กุญแจล็อกเกอร์มา แล้วก็ผ้าขนหนูผืนเล็กหนึ่งผืน
พร้อมผ้าเช็ดตัว พอเดินเข้าไปด้านใน ไม่อยากจะเชื่อ พระเจ้า ไม่เคยเห็นคนแก้ผ้าจริงๆ ต่อหน้าเยอะขนาดนี้ นอกจาก
เวลาเห็นเลือดแล้วจะเป็นลม ตอนนี้ก็เริ่มเห็นคนแก้ผ้าแล้วจะเป็นลมเหมือนกัน จากที่ตอนเดินเข้า หน้าเชิ่ด หน้าเริ่มซีดลง
เรื่อยๆ ก้มหน้าติดคาง รีบซอยเท้าเดินยั่บๆ ตามเพื่อนไปติดๆ เหมือนวิงเวียน คล้ายๆ จะมึนนม และ อื่นๆ ไม่ขอกล่าวถึง
ขอตัดชอตหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จละกัน พอเปิดประตูไปปั๊ปก็เจอกลิ่นน้ำแร่ พร้อมกับบ่อน้ำสีต่างๆ มีสีเขียว สีน้ำตาล
สีแดง เค้าว่ากันว่ามีสมุนไพรในนั้นด้วย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง แต่ละบ่อความร้อนก็ไม่เท่ากัน บรรยากาศรอบๆ บ่อจะ
หันไปทางภูเขา แล้วก็มีทะเลสาบอยู่ด้านหน้า ส่วนบริเวณรอบๆ บ่อ ก็จะมีบรรดา ป้าๆ โอบ๊ะซัง นั่งเรียงรายริมขอบบ่อ
นั่งพักตากแดด ส่วนบ่อน้ำแร่นั้นมีขนาดต่างๆ รายเรียงกันไปประมาณ ห้าบ่อ ซึ่งทุกคนจะลงรวมกันหมด วิธีก็คือ ก่อนลง
ไปต้องทำความสะอาดร่างกายก่อน แล้วค่อยลงไปแช่ แต่ต้องระวังหน่อย เพราะว่ามันแบบ outdoor แล้วช่วงที่เราไปก็
เริ่มเข้าหน้าหนาว อากาศเย็นมากๆ พอเราจะลงไปแช่ในน้ำ บางทีจะไม่รู้สึกว่าน้ำมันร้อน เพราะครึ่งตัวบนเรามันเย็นมาก
เพราะฉะนั้นต้องระวังตัวจะสุกได้ ส่วนบริเวณส่วนด้านหน้า จะเป็นจากุชชี่น้ำแร่ให้แช่ เป็นบ่อที่ลงได้ประมาณ สามคน
สบายตัวมากๆ แต่ทุกๆ ห้านาที เพื่อนจะต้องคอยบอกให้เราขึ้นมาจากน้ำ เพราะไม่งั้นความร้อนอาจจะทำให้หน้ามืดได้
ที่สำคัญ ผ้าขนหนูที่ให้มาประโยชน์ของมันก็คือ เอาไว้ปิดบังอวัยวะ บน หรือ ล่าง แล้วแต่ว่าอายส่วนไหนก็ปิดส่วนนั้น
แต่เท่าที่ดูๆ คนส่วนน้อยที่เค้าใช้ปิดกัน เอิ๊กๆๆ จริงๆแล้ว เค้าเอาไว้ให้ใช้ขัดตัว ขัดถูขี้ไคลต่างหาก แต่ว่าพอเราลงบ่อ
น้ำแร่ ห้ามนำผ้าขนหนูลงไปในบ่อ ต้องใช้วิธีพับแล้วก็เทินไว้บนหัว เพราะเค้าถือว่า ผ้านั้นสกปรกเพราะเราไปขัดตัว
มาแล้ว เราใช้เวลาอยู่ในนั้นประมาณ ชั่วโมงครึ่ง สุกได้ที่พอดี พอออกมาจากห้อง รู้สึกได้ว่า ตัวเบาหวิว มากๆ
ส่วนอีกแบบที่เรียกว่า “เซนโตะ” นั้น เป็นที่อาบน้ำสาธารณะ หลังจากเที่ยวเล่นที่เกียวโต จนหนำใจ ก็ได้เวลาเดินทางไป
เมือง ทากายาชิ ซึ่งอยู่ในเขตของ นาโงย่า นั่งชินกันเซนจากเกียวโตใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง คราวนี้เราก็มาเจอกับ
เพื่อนเราอีกคนหนึ่ง คือ มิชิโอะ
เซนโตะ
รถไฟจอดปั๊ป เราก็เดินออกมาแล้วก็พบกับ มิชิโอะ รออยู่ด้านหน้า เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ คนส่วนใหญ่ก็จะมีรถส่วนตัว
เพราะว่า รถประจำทางไม่ได้มีมากมายแล้วก็ไปไม่ถึงยังที่ไกลๆ มิชิโอะพาเรากลับบ้าน สวัสดีแม่และก็พบเจอคนในบ้าน
จากนั้นก็พาออกไปเที่ยวข้างนอก และก็บอกกับเราว่า วันนี้จะพาไป อาบน้ำแร่ โอ มาย ก็อด อีกแล้วหรอ จะดีมันก็ดีหรอก
แต่ว่า เอ่อ ต้องลวกน้ำร้อนอีกแล้วหรอ
ไม่อยากให้เสียน้ำใจ หลังจากเที่ยวเล่นทั้งวัน มาถึง หนึ่งทุ่มก็ตรงไปยังเซนโตะ ซึ่งแตกต่างจากออนเซนโดยสิ้นเชิง
ที่นี่อยู่ใจกลางเมือง เข้าไปถึง อุ แม่เจ้า คนเยอะมากๆ ทั้งลูกเล็ก เด็กแดง คนแก่ อ่อ ที่นี่มีสาวๆๆ ด้วย เยอะมาก
ต่างจากที่ เซนโตะ มีแต่ ป้าๆ เค้าว่าคนที่นิี่นิยม มาอาบน้ำที่เซนโตะกัน ตรงโถงล็อบบี้มีร้านอาหารแล้วก็บริการนวด
คนจ่อกแจ่ก จอแจมากๆ แค่บรรยากาศก็แตกต่างกันแล้ว แอบเห็นป้ายเขียนว่า คนที่มีสักลายห้ามใช้บริการเด็ดขาด
หรือว่าเค้ากลัวพวกยากูซ่า ?? พอเข้าไปถึงด้านในก็เจอแบบเดิม ซึ่งก็เตรียมใจไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่า คนมันจะเยอะมาก
ขนาดนี้ มีซัก 100 คนได้ โอวว ขาวๆ เต็มไปหมด ทั้งเด็กเล็ก สาววัยรุ่น รุ่นคุณป้า และรุ่นอาม่า มีทุกรุ่น ขนาดเรา
เป็นผู้หญิงนะเนี่ย แต่ใจยังเต้นระทึกได้ซักขนาดนี้ เด็กสาวๆ สวยๆ ผิวเนียนมั่กๆ โอว นี่หละหนอ ของแท้เมืองญีปุ่น
ได้เห็นกับตา เราเป็นอะไรไปเนี่ย ตัดตอนมาถึงบ่อน้ำแร่ มีเยอะมาก เป็น สิบบ่อได้ ทุกบ่อคนก็แน่นขนัด
มีน้ำหลายสีเหมือนที่เราเคยเห็น แล้วก็ยังมีซาวน่าอีก มีทั้งแบบ กลางแจ้ง และในร่ม ซึ่งตอนกลางคืน อากาศหนาว
ชะมัด วิ่งออกไปได้ ต้องรีบแจ้นไปหลบลงบ่อ แต่โชคดีเพื่อนฉุดไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นมีสุกแน่ แต่ละบ่อจะมีเครื่องบอก
อุณหภูมิไว้ เริ่มตั้งแต่ 37 องศา สูงขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วก็มีบ่อน้ำเย็น 18 องศา สำหรับเป็นการช็อกร่างกาย หลังจาก
เจอร้อนสุดๆ มาแล้ว ก็มาเจอเย็นสุดๆ บ้าง ตอนสุดท้าย เราแค่ลองเอาขาลงไปครึ่งแข้ง ก็ต้องร้องจ๊าก วิ่งออกมา
แทบไม่ทัน โอวมายก็อด มันสุดยอดมากๆ
นอกจากบ่อน้ำแร่แล้ว ก็จะมีห้องซาวน่า มีม้านั่งอยู่สองฝั่ง ทุกคนหันหน้าชนกัน นั่งนิ่งๆ เราเข้าไปกับเพื่อน ตอน
แรกก็ไม่มีใครสนใจอะไร พอเราเริ่มคุยกับเพื่อนปั๊บ พอจะสังเกตมีสายตาแปลกๆ มองมาอยู่เสมอ เพราะเค้าต้อง
คิดว่าเราเป็นชาวต่างชาติแน่ๆ เลย ฟังจากสำเนียงการพูดเราแล้ว เราเลยเริ่มอายแล้วก็เดินออกจากห้องไปอย่าง
เงียบๆ
จากนั้นก็ไปลองนอนบนก้อนหิน เหล็กหินซะมากกว่า เป็นตะปุ่มตะป่ำ วางมั่วๆ สลับกันก้อนประมาณ เส้นผ่าน
ศุนย์กลาง หนึ่งนิ้ว ตามแนวคนนอน เป็นเหล็กหินร้อน แล้วก็มีน้ำแร่ไหลผ่าน เค้าว่ากันว่าเป็นการนวดตัวไป
ในตัว นอนเพลินเลย ตอนแรกๆ รู้สึกเจ็บแต่ซักพักก็เริ่มชินแล้วรู้สึกสบาย ที่นี่มีของให้เล่นหลายอย่าง
คนที่นี่เค้าจะไม่มีการมามองกัน หรือจ้องมองดูร่างกายของคู่ต่อสู้ เอ้ย ของคนอื่น ผิดกับเราแฮะ อิอิ
ต่อจากนอนหิน ก็จะมีอ่างจากุชชี่แต่เป็นแบบถังไม้กลมๆ เหมือนในหนังจีน ลงไปแช่ได้ สองคน แล้วก็จะมี
ก๊อกน้ำใหญ่ๆ เปิดน้ำไหลลงมาเรื่อยๆ แล้วเราก็เริ่มลงไป ขึ้นมาลงบ่อนู้น ขึ้นบ่อนี้ลงบ่อนั้น จนได้หนึ่งชั่วโมง
จนรู้สึกเพลีย ไม่ได้รู้เลยว่า ตัวแดงมากเนื่องจากอยู่ outdoor แล้วไม่คิดว่าน้ำมันร้อนมาก นี่ก็เป็นข้อควร
ระวังอีกอย่างหนึ่งในการลงบ่อน้ำแร่ ผลสุดท้ายกลับมากรุงเทพ ใช้เวลารักษาตัวเอง เนื่องจากตัวพุพอง
จากน้ำร้อนแล้วก็อากาศแห้ง โชคดีที่กลับคืนสู่ปกติ
ถือว่าเป็นประสบการณ์คุ้มค่าที่ได้ลิ้มลอง ถ้าการมากับทัวร์ เราคงจะไม่ได้ลองอะไรแบบนี้แน่ๆ























































